ข้ามไปยังเนื้อหา
GIST NOTE · บทอ่านคัดสรร

วิธีเริ่มออมเงินเดือนแรก สำหรับคนเพิ่งเริ่มทำงาน

รวมวิธีเริ่มออมเงินเดือนแรกแบบทำได้จริง ตั้งงบรายเดือน แยกเงินออม และรับมือค่าใช้จ่ายก้อนแรกสำหรับคนเพิ่งเริ่มทำงาน

มือกำลังหยอดเหรียญลงกระปุกออมสินเพื่อเริ่มออมเงินเดือนแรก
ภาพ: เริ่มออมเงินเดือนแรก-กระปุกออมสิน — 401(K) 2012 — CC BY-SA 2.0 · แหล่งที่มา

การมีเงินเดือนครั้งแรกเป็นเรื่องน่าดีใจ แต่ก็ทำให้หลายคนเริ่มสงสัยว่า ควรแบ่งเงินอย่างไรให้พอใช้และยังมีเงินเก็บ คำตอบไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการออมจำนวนมาก แค่ทำให้การออมเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอและเหมาะกับชีวิตจริงก็ถือว่าเริ่มต้นได้ดีแล้ว

1. ดูรายรับและค่าใช้จ่ายจริงก่อน

ลองจดค่าใช้จ่ายตลอดหนึ่งเดือน โดยแยกเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก และค่าใช้จ่ายที่เลือกได้ เช่น ช้อปปิ้งหรือสั่งอาหาร วิธีนี้ช่วยให้เห็นว่าเงินหายไปกับอะไร และทำให้วางแผนได้จากข้อมูลจริงแทนการเดา

2. แบ่งเงินออมทันทีที่เงินเข้า

ตั้งจำนวนเงินออมที่ทำได้ต่อเนื่อง เช่น 5-10% ของรายได้ แล้วโอนเข้าบัญชีแยกในวันเงินเดือนออก หากเดือนแรกมีภาระสูง อาจเริ่มจากจำนวนเล็ก ๆ ก่อน เป้าหมายสำคัญคือสร้างนิสัย ไม่ใช่แข่งกันว่าใครออมได้มากที่สุด

3. สร้างเงินสำรองฉุกเฉินทีละขั้น

หลังจากเริ่มออมสม่ำเสมอ ให้ตั้งเป้าเงินสำรองสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น เจ็บป่วย ตกงาน หรืออุปกรณ์ทำงานเสีย ระยะแรกอาจตั้งเป้าเท่ากับค่าใช้จ่ายหนึ่งเดือน แล้วค่อยสะสมไปสู่ 3-6 เท่าของรายจ่ายจำเป็นและภาระผ่อนหนี้ต่อเดือนตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย เงินก้อนนี้ควรเก็บไว้ในบัญชีที่ถอนใช้ได้ง่ายและไม่ปะปนกับเงินใช้ประจำวัน

4. อย่าลืมค่าใช้จ่ายรายปี

ค่าประกัน ค่าซ่อมรถ ของขวัญ หรือค่าเดินทางกลับบ้านมักไม่ได้เกิดทุกเดือน แต่ควรเตรียมไว้ล่วงหน้า วิธีง่าย ๆ คือรวมยอดประมาณการทั้งปีแล้วหารด้วย 12 จากนั้นกันเงินจำนวนนี้ไว้ทุกเดือน

สรุป

วิธีเริ่มออมเงินเดือนแรกที่ยั่งยืนคือรู้ค่าใช้จ่ายของตัวเอง ออมก่อนใช้ในจำนวนที่ทำได้จริง และแยกเงินสำรองออกจากเงินใช้ประจำ อย่ากดดันตัวเองด้วยสูตรตายตัว เพราะแผนที่ดีคือแผนที่ทำต่อได้ในเดือนถัดไป

คำถามที่พบบ่อย

ควรออมเงินเดือนแรกกี่เปอร์เซ็นต์? เริ่มจากจำนวนที่ไม่ทำให้ต้องกู้หรือใช้บัตรเครดิตเพิ่ม เช่น 5-10% แล้วค่อยปรับขึ้นเมื่อรายได้และค่าใช้จ่ายลงตัว

ควรปิดหนี้หรือออมก่อน? ควรมีเงินสำรองก้อนเล็กไว้ก่อน แล้ววางแผนจัดการหนี้ดอกเบี้ยสูงควบคู่กัน โดยดูอัตราดอกเบี้ยและความเสี่ยงของตัวเอง

ต่อยอดความเข้าใจให้ใช้ได้จริง

เปลี่ยนเงินเดือนให้เป็นแผนที่มองเห็นได้

ก่อนตั้งเป้าว่า “ต้องออมเท่าไร” ลองแบ่งเงินเดือนออกเป็น 4 ซอง: ค่าใช้จ่ายจำเป็น, ภาระที่ต้องจ่ายตามกำหนด, เงินออมและเงินฉุกเฉิน, และเงินใช้ตามใจ ตัวอย่างเช่น รายได้สุทธิ 18,000 บาท อาจกันเงินออม 900 บาท เงินสำรองค่าใช้จ่ายรายปี 600 บาท แล้วค่อยจัดการค่าเช่า ค่าเดินทาง อาหาร และหนี้จากเงินที่เหลือ ตัวเลขนี้เป็นเพียงแบบฝึกหัด จุดสำคัญคือทุกบาทมีหน้าที่ชัดเจนก่อนเริ่มใช้

เมื่อเดือนนี้ตึงมือ ให้เรียงลำดับแบบไม่ลงโทษตัวเอง

  1. จ่ายที่อยู่อาศัย อาหาร การเดินทางไปทำงาน และหนี้ตามกำหนดก่อน
  2. รักษาเงินสำรองก้อนเล็กไว้ แม้ยังไม่ถึงเป้าหมาย เพราะเหตุฉุกเฉินเล็ก ๆ ไม่ควรต้องพึ่งบัตรเครดิตทุกครั้ง
  3. ลดหรือเลื่อนรายจ่ายที่เลือกได้เป็นรายสัปดาห์ แทนการตั้งกฎห้ามใช้เงินทั้งเดือน
  4. ทบทวนปลายเดือนว่าอะไรเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว และอะไรจะกลับมาอีก เพื่อปรับงบเดือนถัดไป

คำถามชวนทบทวน: ถ้าเงินเดือนออกพรุ่งนี้ คุณรู้หรือไม่ว่า 3 รายการแรกที่เงินควรไปอยู่ที่ไหน? คำตอบที่ชัดเจนกว่าคือจุดเริ่มต้นของการออมที่ทำต่อได้จริง

ตัวอย่างตารางเงินเดือนแรกที่เอาไปกรอกได้ทันที

เปิดโน้ตหรือสเปรดชีต 1 หน้า แล้วเขียนเพียง 6 บรรทัด: รายได้สุทธิ, ค่าที่อยู่, ค่าเดินทาง, อาหาร, หนี้/ภาระตามกำหนด, และเงินออม–เงินสำรอง จากนั้นเติมรายจ่ายที่ยังไม่จ่ายครบ เช่น โทรศัพท์ ประกัน หรือของขวัญ อย่าเริ่มจากตัวเลขอุดมคติ ให้ใช้ยอดเดือนล่าสุดก่อน แล้วค่อยตัดสินว่าเงินออมก้อนแรกควรเป็นเท่าไร

วิธีรับมือเมื่อตัวเลขติดลบ

ถ้ายอดคงเหลือหลังค่าใช้จ่ายจำเป็นติดลบ อย่าแก้ด้วยการออมเพิ่มหรือใช้บัตรเครดิตเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของแผน ให้หา 1 รายการที่ลดได้ชั่วคราว, เลื่อนรายจ่ายที่ไม่เร่งด่วน, หรือคุยกับเจ้าหนี้ก่อนวันครบกำหนดเมื่อทำได้ เป้าหมายของเดือนแรกคือหยุดการขาดดุลและรู้จุดรั่ว ไม่ใช่มีตารางที่สวยที่สุด

3 สัญญาณว่าควรทบทวนแผน

  • ต้องยืมเงินก่อนสิ้นเดือนต่อเนื่อง แม้รายจ่ายดูปกติ
  • เงินออมถูกถอนกลับทุกเดือนเพราะไม่ได้กันค่าใช้จ่ายรายปี
  • รายจ่ายจริงต่างจากงบเดิมมากเกินกว่าหนึ่งเดือน ให้บันทึกยอดจริงแล้วตั้งเพดานใหม่แทนการโทษตัวเอง

กติกาเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ทำต่อได้: ตั้งวันเช็กเงินเดียวกันทุกเดือน และใช้ข้อมูลจริงเพียง 10 นาทีเพื่อดูว่างบไหนต้องขยับ แผนที่แก้ได้ทันก่อนเป็นหนี้ย่อมมีประโยชน์กว่าแผนที่เป๊ะบนกระดาษแต่ไม่เคยเปิดดูอีกเลย

แหล่งข้อมูลและวันที่ตรวจทาน

กองบรรณาธิการตรวจทานเมื่อ 15 กันยายน 2026 จาก การวางแผนการเงิน — ธนาคารแห่งประเทศไทย และ การออม — ธนาคารแห่งประเทศไทย ตัวเลข 5-10% ในบทความเป็นจุดเริ่มต้นตัวอย่าง ไม่ใช่กฎสำหรับทุกคน ส่วนเป้าหมายเงินฉุกเฉิน 3-6 เท่าอ้างอิงแนวทางของ ธปท. ผู้อ่านควรปรับตามรายได้ หนี้ และความมั่นคงของงานตนเอง

อ่านต่อในเรื่องเดียวกัน

สำรวจต่อในห้องการเงิน

ดูทุกเรื่องในหมวดการเงิน

พื้นที่สนทนา

ความคิดเห็น

แสดงเฉพาะความคิดเห็นที่ผ่านการตรวจสอบ

ยังไม่มีความคิดเห็น

เริ่มบทสนทนาที่สุภาพและเป็นประโยชน์ได้เมื่อเนื้อหานี้เผยแพร่

ร่วมแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์

เข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น ทุกข้อความจะรอทีมงานตรวจทานก่อนแสดงบนเว็บไซต์