ไม่คิดว่าจะต้องมาตั้งกระทู้เรื่องนี้ครับ แต่ตอนนี้คิดอะไรไม่ค่อยออกจริง ๆ วันที่แฟนบอกว่าผลตรวจขึ้นสองขีด ผมเงียบไปนาน ในหัวมีทั้งเรื่องเงิน งาน ที่บ้าน แล้วก็กลัวว่าเธอจะมองว่าผมไม่รับผิดชอบ
ตอนแรกผมหลุดถามว่า “แล้วเราจะเอายังไงดี” พอคิดย้อนกลับไปมันฟังแย่มาก เหมือนผมโยนเรื่องทั้งหมดให้เธอตอบคนเดียว ทั้งที่คนที่กำลังตกใจก็ไม่ใช่ผมฝ่ายเดียว หลังจากนั้นเราเงียบกันไปพักหนึ่ง ผมตั้งสติแล้วกลับไปบอกเธอว่า ผมยังไม่รู้ทุกอย่างเหมือนกัน แต่ผมจะไม่หายไปไหน
ตอนนี้ผมอยากคุยให้ดี ไม่ทำให้แฟนรู้สึกว่าต้องแบกเรื่องนี้อยู่คนเดียว และอยากเริ่มรับผิดชอบให้เห็นเป็นเรื่องเป็นราว เลยอยากฟังมุมมองจากคนที่เคยผ่านช่วงแบบนี้ครับ
ตอนรู้ข่าวใหม่ ๆ ควรเริ่มคุยกันอย่างไร
พอคนเราตกใจ คำที่หลุดออกมามักเป็นเรื่องเงิน เรื่องพ่อแม่ หรือคำถามว่า “ทำไมไม่ระวัง” ซึ่งไม่ช่วยให้ใครสบายขึ้นเลย ถ้ายังตั้งตัวไม่ทัน ผมว่าพูดให้ชัดก่อนว่าเราฟังอยู่ และอยากช่วยคิดก็พอ ไม่จำเป็นต้องเคลียร์ทุกเรื่องในคืนเดียว
ถ้าคุยแล้วเริ่มมีอารมณ์หรือเถียงกัน การพักก่อนอาจดีกว่าฝืนคุยต่อ แต่ไม่ใช่หายเงียบไปทั้งวัน ข้อความสั้น ๆ อย่าง “ถึงบ้านแล้วบอกนะ พรุ่งนี้เราไปตรวจด้วยกันไหม” อาจไม่ได้แก้ทุกอย่าง แต่ทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาไม่ได้ถูกปล่อยไว้ลำพัง
ไปตรวจให้ชัดก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องต่อไป
สิ่งที่ผมตั้งใจทำก่อนคือไปสถานพยาบาลกับแฟน เพื่อให้รู้ข้อมูลเรื่องสุขภาพและอายุครรภ์จากคนที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง เรื่องแบบนี้ไม่ควรเดาจากคอมเมนต์หรือซื้อยาเพราะคนอื่นแนะนำ แต่ละคนมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน
ระหว่างรอนัด ผมลองจดคำถามไว้เงียบ ๆ ว่าอยากรู้เรื่องอะไรบ้าง เช่น ต้องเตรียมตัวยังไง มีเรื่องสุขภาพที่ควรระวังไหม และถ้ามีเรื่องที่ตัดสินใจยากควรขอคำปรึกษาจากที่ไหน เวลาไปพบแพทย์จริงจะได้ไม่ลืมถามเพราะกำลังเครียด
เรื่องนี้ตัดสินใจแทนกันไม่ได้
แฟนเป็นคนที่ต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายโดยตรง ผมเลยไม่อยากพูดหรือทำเหมือนตัวเองมีสิทธิ์เลือกแทนเธอ สิ่งที่ทำได้คือถามตรง ๆ ว่าเธอกังวลอะไร อยากให้ผมช่วยแบบไหน แล้วฟังคำตอบให้จบก่อน ไม่รีบเถียงหรือรีบหาทางออกแทน
คำว่า “รับผิดชอบ” สำหรับผมไม่ใช่การพูดครั้งเดียวแล้วจบ อาจเป็นการไปตามนัดด้วยกัน ช่วยเรื่องค่าเดินทางหรือจัดวันลา คุยเรื่องเงินเท่าที่คุยได้ และไม่ปล่อยให้เธอต้องหาข้อมูลอยู่คนเดียว เรื่องไหนยังตอบไม่ได้ก็พูดตรง ๆ ว่ายังไม่รู้ แต่จะช่วยหาคำตอบด้วยกัน
เรื่องเงินกับครอบครัว ค่อยแยกทีละก้อน
พอคิดรวดเดียวมันน่ากลัวไปหมด ผมเลยลองแยกว่าอะไรต้องทำตอนนี้ อะไรรอได้ก่อน เช่น นัดตรวจ สุขภาพ และคนที่ควรบอกก่อน ส่วนเรื่องงาน ที่อยู่ หรือจะคุยกับผู้ใหญ่ฝั่งไหน อาจค่อย ๆ วางทีละอย่าง
ถ้าจะบอกที่บ้าน การเริ่มจากคนที่ฟังเราได้ก่อนน่าจะดีกว่าการรีบบอกทุกคน เลือกผู้ใหญ่หรือญาติที่ใจเย็นสักคน แล้วค่อยคุยกันว่าอยากให้เขาช่วยอะไร บางครั้งเราไม่ได้ต้องการคำตอบทั้งหมด แค่อยากมีคนไปโรงพยาบาลด้วย หรือช่วยอยู่เป็นเพื่อนตอนคุยกับครอบครัวก็พอ
ถ้าเครียดมากจนเริ่มไม่ไหว อย่าอยู่คนเดียว
ช่วงนี้ผมเองนอนไม่ค่อยหลับและคิดวนอยู่บ่อย ๆ ถ้าใครอยู่ในสภาพเดียวกันแล้วเริ่มกินไม่ได้ ทำงานไม่ไหว หรือรู้สึกว่าคุมตัวเองไม่อยู่ ลองบอกคนที่ไว้ใจหรือคุยกับผู้เชี่ยวชาญก่อนก็ได้ ไม่ต้องรอให้ทุกอย่างพังแล้วค่อยขอความช่วยเหลือ
ถ้ารู้สึกไม่ปลอดภัย ถูกข่มขู่ หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ขอความช่วยเหลือทันที เรื่องอื่นค่อยเรียงทีละอย่างได้ แต่ความปลอดภัยรอไม่ได้
ตอนนี้ผมอยากเริ่มจากการไม่หนี
ผมยังไม่กล้าบอกว่าต่อจากนี้จะจัดการได้ทุกอย่าง แต่รู้แล้วว่าการเงียบเพราะกลัวทำให้อีกฝ่ายเจ็บกว่าเดิม สิ่งที่ตั้งใจทำก่อนคือไปตรวจให้ชัด คุยกับแฟนโดยไม่กดดัน แล้วค่อยดูเรื่องที่ต้องรับผิดชอบทีละส่วน
ถ้าใครเคยผ่านเรื่องคล้ายกัน อยากฟังว่าตอนแรกเริ่มคุยกันยังไงครับ ขอเป็นคำแนะนำที่ช่วยกันมองทางออก ไม่ซ้ำเติมกันนะครับ
ชวนคุยต่อ
ในวันที่อีกฝ่ายกำลังกลัวมาก ๆ ประโยคแรกแบบไหนที่ทำให้เขารู้ว่าเราไม่ทิ้งกัน? แชร์มุมมองกันได้ครับ ขอคุยกันอย่างสุภาพและไม่ตัดสินชีวิตใคร
หากต้องการคุยกับคนที่รับฟัง ติดต่อ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง หรือสอบถามเรื่องบริการและการส่งต่อด้านการตั้งครรภ์ที่ สายด่วน 1663 กระทู้นี้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยน ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
พื้นที่สนทนา
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น
เริ่มบทสนทนาที่สุภาพและเป็นประโยชน์ได้เมื่อเนื้อหานี้เผยแพร่
ร่วมแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์
เข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น ทุกข้อความจะรอทีมงานตรวจทานก่อนแสดงบนเว็บไซต์