คำว่า “เด็กไม่อ่านหนังสือ” อาจซ่อนหลายเหตุผล ตั้งแต่ยังไม่เจอเรื่องที่ชอบ ไปจนถึงไม่มีพื้นที่และเวลาที่เอื้อต่อการอ่าน คลิปนี้เปิดประเด็นให้ผู้ใหญ่กลับมามองบทบาทของบ้าน โรงเรียน และสื่อรอบตัว แทนการโยนความผิดให้เด็กเพียงฝ่ายเดียว
สรุปก่อนชม: การได้เลือกหนังสือเองช่วยเพิ่มแรงจูงใจ • แบบอย่างจากผู้ใหญ่มีพลังมากกว่าคำสั่งให้อ่าน • สื่อดิจิทัลกับหนังสือสามารถอยู่ร่วมกันได้เมื่อออกแบบเวลาให้เหมาะสม
เนื้อหานี้เหมาะกับใคร
เหมาะกับพ่อแม่ ครู บรรณารักษ์ และคนที่อยากช่วยเด็กสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับการอ่าน
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
การอ่านของเด็กไม่ได้เริ่มจากการนั่งเงียบคนเดียวเสมอไป การอ่านออกเสียงร่วมกัน การคุยภาพ การเดาตอนต่อไป และการให้เด็กเลือกเรื่อง ล้วนสร้างประสบการณ์ว่าหนังสือคือพื้นที่เล่นและค้นพบ ความสนใจมาก่อนความยาวของเวลาที่อ่าน
หน้าจอไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูของหนังสือ ประเด็นคือกิจกรรมแบบใดกินพื้นที่ทั้งหมดและเด็กมีโอกาสพบข้อความหลากหลายหรือไม่ ครอบครัวสามารถใช้สื่อดิจิทัลเป็นสะพานไปหาหนังสือ เช่น ดูเรื่องอวกาศแล้วเลือกหนังสือภาพมาอ่านต่อ
ประเด็นสำคัญที่ควรจับตา
การได้เลือกหนังสือเองช่วยเพิ่มแรงจูงใจ
เด็กที่ได้เลือกมีโอกาสรู้สึกเป็นเจ้าของกิจกรรม แม้เล่มที่เลือกดูง่ายหรืออ่านซ้ำ ผู้ใหญ่สามารถเสนอทางเลือกสองสามเล่มโดยไม่บังคับให้เลือกเล่มที่คิดว่ามีประโยชน์ที่สุด
แบบอย่างจากผู้ใหญ่มีพลังมากกว่าคำสั่งให้อ่าน
เมื่อผู้ใหญ่หยิบหนังสือ อ่านป้าย หรือค้นข้อมูลให้เห็น เด็กจะเห็นว่าการอ่านเป็นเครื่องมือของชีวิตจริง ไม่ใช่งานที่มีเฉพาะในชั่วโมงเรียน
สื่อดิจิทัลกับหนังสือสามารถอยู่ร่วมกันได้เมื่อออกแบบเวลาให้เหมาะสม
หนังสือกระดาษ อีบุ๊ก และบทความออนไลน์มีข้อดีต่างกัน การจัดช่วงที่ไม่มีการแจ้งเตือนและพูดคุยเนื้อหาช่วยให้สื่อดิจิทัลเป็นการอ่านอย่างตั้งใจมากขึ้น
วิธีนำไปใช้ในชีวิตจริง
1. เริ่มจากเวลาอ่านร่วมกันวันละ 10 นาที
ตั้งเวลาอ่านร่วมกันสั้นพอที่จะจบด้วยความรู้สึกอยากต่อ เช่น 10 นาที ให้เด็กเป็นคนเลือกว่าจะอ่านเอง ฟัง หรือผลัดกันอ่าน
2. พาเด็กไปเลือกหนังสือตามความสนใจ
แวะห้องสมุดหรือร้านหนังสือโดยไม่มีโจทย์สอบ เปิดโอกาสให้สำรวจหลายหมวด และถามว่า “เล่มไหนทำให้อยากรู้ต่อ” แทน “เล่มไหนมีประโยชน์”
3. คุยถึงความรู้สึกและไอเดียจากเรื่อง แทนการทดสอบความจำทุกครั้ง
หลังอ่านถามคำถามปลายเปิดหนึ่งข้อ เช่น ชอบตัวละครไหนหรือถ้าเปลี่ยนตอนจบจะเปลี่ยนอย่างไร เพื่อเชื่อมการอ่านกับความคิด ไม่ใช่ตรวจความจำทุกครั้ง
สิ่งที่มักพลาด
- ใช้รางวัลหรือการลงโทษจนหนังสือกลายเป็นงานแลกแต้ม
- แก้คำผิดทุกคำระหว่างเด็กกำลังอินกับเรื่อง
- เลือกเล่มยากเกินระดับโดยไม่ช่วยอ่านร่วมกัน
คำถามที่พบบ่อย
เด็กอ่านการ์ตูนถือว่าอ่านไหม
ถือว่าเป็นการอ่าน การ์ตูนมีภาพ ลำดับเหตุการณ์ บทสนทนา และคำศัพท์ ใช้ความสนใจนั้นต่อยอดไปยังสารคดี นิยาย หรือเรื่องในหัวข้อใกล้กันได้
อ่านซ้ำเล่มเดิมควรห้ามหรือไม่
ไม่ควรรีบห้าม การอ่านซ้ำช่วยเรื่องความคล่อง ความมั่นใจ และการเห็นรายละเอียดใหม่ ผู้ใหญ่ค่อยวางเล่มใกล้เคียงไว้เป็นทางเลือกเพิ่มเติมได้
ชวนคุยต่อใน GIST SPOT
ความรู้จะมีค่ามากขึ้นเมื่อเชื่อมกับประสบการณ์จริง หลังรับชมแล้ว ลองเลือกหนึ่งคำถามไปทบทวนหรือชวนคนอื่นแลกเปลี่ยนอย่างเคารพกัน:
- การได้เลือกหนังสือเองช่วยเพิ่มแรงจูงใจ เกี่ยวข้องกับชีวิตหรือสิ่งที่คุณพบอย่างไร
- ถ้าจะเริ่มวันนี้ คุณอยากลอง “เริ่มจากเวลาอ่านร่วมกันวันละ 10 นาที” หรือมีวิธีที่เหมาะกับตัวเองมากกว่า
- มีเงื่อนไขหรือมุมมองใดที่เนื้อหานี้ยังไม่ได้กล่าวถึงและควรนำมาคิดต่อ
แหล่งที่มาและเครดิต
สื่อต้นฉบับ: จะเกิดอะไร เมื่อเด็กไทยไม่อ่านหนังสือ โดย Thai PBS เผยแพร่เมื่อ 2020-02-13
ข้อมูลประกอบที่กองบรรณาธิการใช้ตรวจทาน:
วิดีโอหรือเสียงและภาพหน้าปกเป็นทรัพย์สินของผู้เผยแพร่ต้นทาง GIST SPOT ฝังเครื่องเล่นจากแพลตฟอร์มต้นทาง และเรียบเรียงบทนำ คำอธิบาย แนวทางนำไปใช้ และคำถามที่พบบ่อยขึ้นใหม่จากการตรวจข้อมูลหลายแหล่ง ไม่ได้คัดลอกบทถอดเสียงหรือเนื้อหาต้นทางมาเผยแพร่ซ้ำ
พื้นที่สนทนา
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น
เริ่มบทสนทนาที่สุภาพและเป็นประโยชน์ได้เมื่อเนื้อหานี้เผยแพร่
ร่วมแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์
เข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น ทุกข้อความจะรอทีมงานตรวจทานก่อนแสดงบนเว็บไซต์