โรงแรมหลอนกลางฝนหนัก ห้องพักปลายระเบียงถูกล็อกจากภายนอก แต่ทุกคืนกลับมีเสียงลากกระเป๋าและมีแขกโทรลงมาขอเช็กเอาต์ เรื่องผีเรื่องนี้เริ่มจากความผิดปกติที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ยิ่งปล่อยให้ผ่านไป ความรู้สึกว่าอยู่คนเดียวก็ยิ่งหายไปทีละนิด
นนท์ขับรถฝ่าสายฝนจนถนนข้างหน้าถูกน้ำปิด เขาจึงเข้าพักโรงแรมริมทางแห่งเดียวที่ยังเปิดไฟ พนักงานสูงวัยยื่นกุญแจห้อง 206 และกำชับเพียงว่าอย่าเดินไปถึงประตูสุดปลายระเบียง ต่อให้ได้ยินคนขอความช่วยเหลือก็ห้ามเปิด
ตอนนั้นตัวละครยังพยายามหาคำอธิบายธรรมดาให้สิ่งที่เห็น เพราะการยอมรับว่าเกิดเรื่องแปลกอาจน่ากลัวกว่าตัวเหตุการณ์เสียอีก
เวลา 02.06 น. เสียงล้อกระเป๋าครูดพื้นดังจากหัวระเบียง ผ่านหน้าห้องทีละช่วง แล้วหยุดตรงประตูสุดท้าย โทรศัพท์ในห้องนนท์ดังขึ้น เสียงปลายสายถามสุภาพว่า “ขอเช็กเอาต์ได้ไหมคะ ฝนหยุดหรือยัง” ก่อนพนักงานจะเคาะประตูห้ามเขาตอบ
พอรายละเอียดเดิมเริ่มย้อนกลับมาในเวลาใกล้เคียงกัน ความบังเอิญก็เริ่มฟังไม่ขึ้น และความเงียบรอบตัวกลับดังเกินกว่าจะเมินได้
เช้าอีกวันนนท์เห็นสมุดทะเบียนเปิดค้างอยู่ ชื่อ “อรทัย ห้อง 207” ถูกเขียนด้วยหมึกซีดในวันเดียวกันของทุกปี พนักงานบอกว่าหลายปีก่อนรถโดยสารคันหนึ่งหายไปในน้ำหลาก ผู้โดยสารหญิงมาถึงโรงแรมเพียงคนเดียว แต่ไม่มีใครเห็นเธอเดินเข้าประตูหน้า
สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่แค่ภาพหรือเสียงตรงหน้า แต่คือความรู้สึกว่าความปลอดภัยที่เคยคุ้นกำลังถูกขยับออกไปทีละน้อย
ฝนยังไม่หยุดและถนนยังปิด คืนที่สองนนท์ได้ยินเสียงเด็กไอหลังประตูสุดท้าย เขาฝืนคำเตือนและไขกลอนนอก ประตูเปิดสู่ระเบียงเดียวกันแต่ท้องฟ้าเป็นสีเทา รถโดยสารคันเก่าจอดอยู่กลางน้ำ และหญิงเปียกฝนกำลังลากกระเป๋าเข้ามาหาเขาจากอีกฝั่งของเวลา
จากจุดนี้ไม่มีใครรู้ว่าควรเชื่อสายตาตัวเองหรือเชื่อสัญญาณที่กำลังบอกให้หนี การตัดสินใจหนึ่งครั้งจึงหนักกว่าที่เคย
นนท์รีบปิดประตู แต่เงาของหญิงคนนั้นติดอยู่ในกระจกหน้าห้อง 206 เธอยกมือชี้ไปข้างหลังเขา บนเตียงมีกระเป๋าเดินทางเปียกวางอยู่ ทั้งที่ประตูห้องยังล็อก และป้ายชื่อของเขาถูกผูกกับหูกระเป๋าเรียบร้อย
ยิ่งพยายามตรวจสอบให้แน่ชัด บรรยากาศก็ยิ่งเหมือนกำลังตอบกลับว่า บางเรื่องอาจไม่อยากให้เราได้คำตอบ
รุ่งเช้าถนนเปิด นนท์ขับออกโดยไม่รับเงินทอน หลายกิโลเมตรต่อมาโทรศัพท์ดังจากหมายเลขโรงแรม เสียงพนักงานถามว่าเขานำสัมภาระของแขกห้อง 207 ไปด้วยหรือไม่ นนท์มองกระจกหลัง เห็นหญิงเปียกฝนนั่งกอดกระเป๋าอยู่เบาะท้าย และพูดว่า “คราวนี้เราไปถึงปลายทางด้วยกันนะ”
หลังจากคืนนั้น สิ่งที่เหลืออยู่ไม่ใช่คำเฉลยทั้งหมด แต่เป็นร่องรอยเล็ก ๆ ที่ทำให้คนอ่านอดย้อนคิดไม่ได้ว่า ถ้าอยู่ตรงนั้นจะเลือกทำเหมือนกันหรือไม่
ถ้าคุณได้ยินเด็กขอความช่วยเหลือหลังประตูต้องห้าม คุณจะเชื่อคำเตือนหรือเปิดดู?
ถ้าอยากเล่าทฤษฎีหรือความรู้สึกหลังอ่านจบ คุยกันได้อย่างเคารพผู้อ่านคนอื่น และไม่เชื่อมชื่อคนหรือสถานที่จริงเข้ากับเรื่องโดยไม่มีหลักฐาน
เกี่ยวกับเรื่องนี้: งานเขียนต้นฉบับประเภทเรื่องแต่งสยองขวัญ เรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการ GIST SPOT เพื่อความบันเทิง ไม่ใช่ข่าว รายงานเหตุการณ์จริง หรือคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่ใด ภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่สำหรับเรื่องนี้และไม่มีบุคคลจริงที่ระบุตัวตนได้
พื้นที่สนทนา
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น
เริ่มบทสนทนาที่สุภาพและเป็นประโยชน์ได้เมื่อเนื้อหานี้เผยแพร่
ร่วมแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์
เข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น ทุกข้อความจะรอทีมงานตรวจทานก่อนแสดงบนเว็บไซต์